คลิกที่สินค้าแล้วเลือกหมวดย่อย"เครื่องปรับอากาศ"ตู้เย็น"เครื่องซักผ้า"ซักผ้าหยอดเหรียญ"ทีวี"โน๊ตบุ๊ค"สินค้าบริการ"IT Hom-Bot"TV SAMSUNG"
ต้องการทราบว่าสินค้าเกรดใหม่คืออะไร
"คลิกที่นี่"
สินค้า
สถิติ
เปิดเมื่อ29/02/2012
อัพเดท20/11/2018
ผู้เข้าชม2394238
แสดงหน้า3965896
เมนู
บทความ
เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
หลักการทำงานของเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
ธุรกิจซักผ้าหยอดเหรีญ
เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
จันทร์เจริญกิจ CCK
เครื่องใช้ไฟฟ้าเกรด B
การประกันสินค้า
การประกันสินค้า(เพิ่มเติม1)
งดการสั่งจองสินค้าแบบปากเปล่า
การตัดสินค้าจากที่อื่นมาจำหน่าย
การจองสินค้า
สินค้า Refurbished
หัวข้อ ข้อมูลสาระความรู้ที่ควรทราบก่อนเลือกซื้อสินค้า
การเดินสายดินที่ถูกต้อง
การต่อสายดินกับตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้ามีทั้งคุณและโทษ
วิธีการต่อสายดินให้ถูกต้อง
ความแตกต่างระหว่าง ทีวี LCD LED Plasma
ทีวี LCD LED PLASMA แตกต่างกันอย่างไร?
การทำงานของจอพลาสม่ากับจอแอลซีดี
วิธีตรวจสเปคทีวีอย่างง่าย
เปรียบเทียบสเปคทีวี
เปรียบเทียบ สเปคทีวีแต่ละรุ่น
รีวิวเครื่องซักผ้า LG ฝาหน้า
รีวิวเครื่องซักผ้าฝาหน้า LG WD-12080TDS
ตู้เย็น side by side เปรียบเทียบราคา
การเลือกซื้อและการรักษาตู้เย็น
ตู้เย็น side by side LG รู่นและราคา
สมาร์ททีวี LG
แชร์คอนเทนต์ด้วยฟังชั่น Miracast ของ LG
สมาร์ททีวีของ LG ทำอะไรได้บ้าง
จุดเด่นของสมาร์ททีวี LG
ความแตกต่างทีวี 3D
เปรียบเทียบทีวี 3 D ของ LG กับทีวีทั่วไป
การเลือกซื้อเครื่องซักผ้า
เลือกเครื่องราคาเท่าไรดี
การเลือกเครื่องซักผ้า
มารู้จักเครื่องซักผ้ากัน
หลักการทำงานของเครื่องซักผ้าฝาหน้า
เตาอบไมโครเวฟและการเลือกซื้อ
หลักการทำงานของไมโครเวป
ไมโครเวฟทำประโยชน์ได้หลายอย่าง
การเลือกซื้อเตาไมโครเวฟ
ประเภทของเตาอบไมโครเวฟ
เครื่องซักผ้า LG /Samsung
รูปสัญญาลักษณ์เกี่ยวกับเสื้อผ้า
วิธีการซักผ้าและข้อห้าม
รีวิวเครื่องซักผ้า LG รุ่นประหยัด
การดูแลบำรุงรักษาเครื่องซักผ้า LG
LG ฟังชั่น Refresh
DD Motor ระบบไดรฟ์เครื่องซักผ้า LG
เครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่นท็อปซัก12อบ7กก
เครื่องซักผ้า LG True Stream
เครื่องซักผ้า 6 Motion
แอร์ Inverter แอร์โรตารี่ การติดตั้ง สาระความรู้เรื่องแอร์
14 วิธีติดแอร์บ้านให้เย็นเต็มๆ และประหยัดค่าไฟเมื่อเจออากาศร้อนแบบเมืองไทย
การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ
ฉลากเบอร์ 5
แอร์กี่บีทียูถึงจะเหมาะสมกับห้อง
คอมเพลสเซอร์แบบสโครล
สายดินสำหรับแอร์
การหาขั้วและการต่อขั้วคอมเพสเซอร์แอร์
วีดีโอ แสดงวิธีการติดตั้งแอร์ LG
น้ำยาแอร์ Inverter R410A
หลักการทำงานของแอร์ Inverter
หลักการทำงานของ HDD DVD VCD BLU-RAY
มาทำความรู้จักกับทีวีดิจิตอลกัน
คูปอง690แลกกล่องดิจิตอน
ทีวีดิจิตอล
เปรียบเทียบตรวจเช็คราคาทีวี
เปรียบเที่ยบราคาขายทีวี LG
สิ่งควรรู้ในการเลือกซื้อทีวี
ค่า Contract Ratio ของทีวี lcd led & plasma
สายนำสัญญาณ HDMI V1.4
สาย hdmi ราคาแพงคุณภาพต่างกับสายราคาถูกหรื่อไม่อย่างไร
สาย MHL
สาระเรื่องสายHDMIสำหรับมือใหม่
สิ่งควรรู้เกี่ยวกับสาย HDMI V1.4
การแก้ปัญหาเครื่องซักผ้า LG Smart Diagnosis
โปรแกรมตรวจสอบปัญหาเครื่องซักผ้าด้วยโทรศัพท์
หลักการทำงานของเครื่องทำความเย็น
ตู้เย็นside by side มีน้ำแข็งเกาะ
วิธีกำจัดกลิ่นในตู้เย็น
การใช้ตู้เย็นให้ประหยัดพลังงาน
การดูแลบำรุงรักษาตู้เย็นให้ใช้งานได้นาน
หลัการทำงานของตู้เย็น
เครื่องซักผ้า Samsung
หลัการทำงานของ Eco Bubble ของ Samsung
น้ำยาแอร์ Inverter R410a
สิ่งควรรู้เกี่ยวกับน้ำยาแอร์ R410a
สินค้า Refurbished
การเชื่อมท่อทองแดง
การเชื่อมทองทองแดง
คู่มือการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างฉลาด
สิ่งควรรู้ในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า
วิธีตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลังถูกน้ำท่วม
วิธีตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า
การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด
ซื้อกล้องวงจรปิดอย่างไรให้ตรงความต้องการอย่างคุ้มค่า
การเลือกซื้้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมือสอง
การผลิตและประกอบเมนบอร์ด
โน๊ตบุ๊คมือสองกับข้อสังเกตุในการเลือกซื้อ
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมือมอง
การเลือกซื้อ GPS เพื่อใช้นำทาง
เปรียบเทียบ Chipset SiRF กับ MTK
การเลือกซื้อ GPS
การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า
การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าให้ประหยัด
การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า
ตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้า
การตรวจเช็คดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้า
การตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้า
โฮมเธียเตอร์
การเลือกชุดโฮมเธียเตอร์
หลักการคำนวนค่าไฟฟ้า
วิธีคำนวนค่าไฟฟ้า
หารายได้แบบไม่ต้องลงทุน(จับเสือมือเปล่า)
จับเสือมือเปล่า
ขายสินค้าออนไลน์
ขายสินค้าออนไลน์
ไฟ LED
ไฟแอลอีดี
หลอดไฟ LED คืออะไร
ไฟ LED ดีอย่างไร
เครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศชาร์ป KC-A40TA
ทีวีความละเอียดสูง Ultra HD 4K
มาตรฐานใหม่ของหน้าจอทีวี
การเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับทีวี
การเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นเข้ากับทีวี
เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ LG Hom-Bot
รีวิวเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
นานาสาระสุขภาพ
โพล

ทีวี LCD LED PLASMA แตกต่างกันอย่างไร?

20/03/2014 20:39 เมื่อ 20/03/2014 อ่าน 27577 | ตอบ 8


ความแตกต่างระหว่าง LCD TV, LED TV และ Plasma TV

LCD
โดย Mr.D2H

กาลเวลาเปลี่ยนแปลงยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนวิวัฒนาการและเทคโนโลยีก็หมุนเวียน เปลี่ยนตาม จากเดิมที่เริ่มจำความได้ว่าทีวีบ้านเราๆนั้นจะเป็นจอสีเหลี่ยมจัตุรัส ที่ มีขนาดให้เลือกตั้ง 14,21,25,29นิ้วให้คุณเลือกตามกำลังและความต้องการ เวลาล่วงเลยมาได้2-3ปีให้หลังคุณอาจจะเห็นทีวีลดน้อยลงไปแทบจะไม่เห็นเลย เพราะ Plasma TV กับ
LCD TV จากความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าทั้งความสามารถทั้งขนาดที่ดูแล้วควบคู่มากับราคาที่เปลี่ยนจากเดิม จึงทำให้ เข้ามาตีตลาดให้จอทีวีค่อยๆลดหายลงไป และในปัจจุบันสิ่งเปลี่ยนแปลงและค่อยๆก้าวเข้ามาคือ LED TV

หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องสเป๊กกล้องและความสามารถ และเทคนิคการถ่ายภาพ กันไปได้ระยะหนึ่งเพื่อๆประโยชน์ของแฟนๆ 
www.Digital2home.com เราจะมีบทความดีๆที่ค่อยมาสลับสับเปลี่ยนเรื่องของเทคโนโลยีทั้งเรื่องLCD โน๊ตบุ๊ค และพลาดไม่ได้ข่าวคราวเรื่องกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ และเทคนิคการถ่ายภาพต่างๆ มาสลับหมุนเวียนให้ท่านได้อ่านและติดตามครับ
คงอยากรู้กันแล้วสินะครับว่าทั้ง 
LCD TV, LED TVและPlasma TV แตกต่างกันอย่างไร เรามาเริ่มรู้จักที่ละอย่างเลยครับ เริ่มที่ตัวของ LCD TV ก่อนเลย จากราคาที่น่าสนใจและตลาดที่แทบจะทุกค่ายผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ผลิตออกกันมาส่วนใหญ่จะเป็น LCD TV

LCD TV (Liquid Crystal Display) ซึ่งใช้หลอดไฟ CCFL หรือ Cold Cathode Fluorescent Lamp ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดผอมคล้ายๆหลอดกาแฟ เรียงในแนวนอนยาวลงมาเป็นตัวกำเนิดแสง แสดงภาพโดยเริ่มจากแหล่งกำเนิดแสง Backlight ส่องแสงไปที่ผลึกเหลว (ลักษณะ คล้ายๆเยลลี่ ดังนั้นถ้าลองสังเกตดูว่าถ้าเอามือจิ้มลงไปที่จอจะรู้สึกว่านิ่มๆ) ที่หยอดเอาไว้ระหว่างช่องกระจกจะถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ทำให้โมเลกุลของลิควิดคริสตัลในส่วนของจุดภาพ พิกเซล (pixel) นั้นหมุนเป็นมุม 90 องศา เพื่อให้เกิดได้ทั้งจุดสว่าง และจุดมืด (แต่ละพิกเซลไม่สามารถกำเนิดแสงได้เอง) หากเรากล่าวว่าเทคนิคของ LCD คือการบิดตัวโมเลกุล แล้วเอาเงาของมันมาใช้งานก็ถือว่าถูกต้องอย่างที่สุด LCD ทีวีจะมีหลายขนาดมากๆ ไล่ตั้งแต่ 15 นิ้ว ไปจนถึง 108 นิ้ว ครับ

LED TV ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นหลอดไฟขนาดเล็กจิ๋ว อาทิเช่นหลอดไฟท้าย Minor Changeของ Honda Civic โฉมปัจจุบัน ซึ่งใช้หลอด LED เป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว3 สีทั้งสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสันต่างๆ

PLASMA TV ภาพแบบพลาสม่าทีวี แสดงภาพโดยการใช้แสงที่เกิดจากการแตกตัว ionized ของ neon gas (นีออน)เพื่อแสดงผลของภาพออกมาที่แผงหน้าจอ ภายในจอภาพมีองค์ประกอบที่เต็มไปด้วย neon gas แต่ละพิกเซลกำเนิดแสงได้เองPlasma ทีวี จะเน้นทำแต่ ขนาดใหญ่ๆครับ 42 นิ้วขึ้นไป จนถึงขนาด 150 นิ้ว ครับ

ความแตกต่างของจอทั้ง 3 ชนิดคือ หลอดภาพที่แตกต่างกันในการแสดงผลครับ ข้อดีข้อเสียของของจอทั้ง 3ชนิด มีดังนี้ครับ

ข้อดีของ
 LCD TV
1. ให้สีที่สว่างสดใสเหมาะกับการแสดงสีกราฟฟิก เช่น การ์ตูน , สารคดี และละคร
2. เหมาะกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์
3. เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่สว่างสูง เช่นห้องนั่งเล่นหรือ ห้องรับแขก (หรือท่านที่จะซื้อเพื่อใช้ไปติดตั้งในร้านค้าหรือร้านอาหาร แอลซีดี ทีวีก็จะเหมาะสมกว่า)
4. อาการ Burn-In จะไม่โอกาสไม่เกิดขึ้นเลย
5. แอลซีดีทีวียังกินไฟน้อยกว่าด้วยนะครับ

ข้อดีของ LED TV
1.ลักษณะจอมีขนาดบางกว่าจอLCD และจอPlasma
2.ความสว่างและสีสันค่อนข้างสดกว่า
3.กินไฟน้อยกว่าจอทั้ง2ชนิด

ข้อดีของ Plasma TV
1. สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดีกว่า เนื่องจากมี Response Time .001 ms จึงเหมาะกับการใช้รับชมภาพยนตร์ Action และการรับชมกีฬาเป็นอย่างมาก
2. อายุการใช้งาน ยาวนานกว่าที่ 100,000 ชั่วโมง (Half Brightness)
3. สามารถแสดงระดับพื้นสีดำได้ดีกว่า
4. มีคอนทราสต์ที่สูงกว่าทำให้เห็นมิติของภาพได้ดีกว่า
5. มุมมองจอภาพที่กว้างกว่า แอลซีดี
6. ให้สีที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ มากกว่า สีออกโทนอุ่น


ข้อเสียของ 
LCD TV
1. ไม่สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดี เนื่องจากมี Response Time เร็วที่สุดในขณะนี้เพียงแค่ 2 msเท่านั้น
2. มีความเพี้ยนของสีเกิดขึ้นโดยเฉพาะสีแดง, โทนสีผิว, สีท้องฟ้า ทะเล
3. ไม่สามารถแสดงสีดำสนิทได้เนื่องจาก Backlight เปิดตลอดเวลาในขณะที่เครื่องทำงาน ทำให้มีแสงขาวเล็ดลอดออกไปในฉากที่เป็นสีดำ จึงทำให้ฉากสีดำเป็น “ดำสว่าง” ไม่ใช่ “ดำมืด” อย่างที่ควรเป็น

ข้อเสียของ LED TV
1.ราคาแพงกว่า จอLCD และ Plasma
2.ตลาดยังไม่ได้รับความนิยมเพราะ ในปัจจุบันมีแค่ยี่ห้อ Samsung เท่านั้น

ข้อเสียของ Plasma TV
1. อาการ Burn-In มีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้าเปิดภาพนิ่งเป็นเวลานานๆ เช่นโลโก้ช่อง 7 หรือโลโก้ True Visionเป็นต้น (ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์)
2. ไม่เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่สว่างสูง เช่นห้องนั่งเล่น หรือกลางแจ้ง
3. หน้ากระจก ทำให้เกิดการสะท้อนเป็นเงาได้
4. กินไฟมากว่าทั้งจากตัวทีวีเอง และการทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นเพราะ Plasma TV มีความร้อนออกมาจากตัวเครื่องมากกว่า
5.ค่าซ่อมแพง ซ่อมต้องซ่อมเปลี่ยนทั้งหลอดภาพหมดทั้งชุด

นี้คือข้อมูลเบื้องต้นที่ได้ค้นหาข้อมูลจากหลายๆ เว๊ปครับ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับท่านใดที่อยากเปลี่ยนจอทีวีมาเป็น จอLCD กันครับ ถือเป็นข้อมูลให้เริ่มเรียนรู้กันก่อนนะครับ จะได้เริ่มตัดสินใจได้ถูกครับ สำหรับหน้าเว๊ปของ
Digital2home ก็จะมีส่วนของ LCD TV และ Notebook มาเป็นข้อมูลเพิ่มเติมให้ครับ สำหรับท่านใดที่สนใจก็สามารถคลิ๊กชมก่อนได้ครับ หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-4679ครับ<–>
ที่มา : 
http://www.digital2home.com/tips/2009/lcd-led-plasma-difference/

บทความเพิ่มเติมใหม่
LCDTVTHAILAND บทความ > ระเบิดศึกสายเลือด !!! LED TV vs LCD TV แตกต่างกันอย่างไร? อะไรดีกว่ากัน?
 



LCD TV คืออะไร???
LCD TV ย่อมากจาก Liquid Crystal Display ซึ่งใช้หลอดไฟ CCFL หรือ Cold Cathode Fluorescent Lamp ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดผอมคล้ายๆหลอดกาแฟ เรียงในแนวนอนยาวลงมาเป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สี ทั้งสีแดง น้ำเงิน เขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด CCFL Backlight ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสันต่างๆ

 



 
LED TV คืออะไร ???
LED TV ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นหลอดไฟขนาด “จิ๋วแต่แจ๋ว” ซึ่งใช้หลอด LED เป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สีทั้งสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสีนต่างๆ

 


สรุป
สรุปอย่างได้ใจความได้ว่า LED TV ก็คือ LCD TV ที่เปลี่ยนจากหลอด CCFL เป็นหลอด LED ในการกำเนิดแสงนั่นเอง โดยยังใช้ Liquid Crystral ผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สีในการสร้างสีในแต่ละพิหเซล ดังนั้นตามหลักการแล้วมันก็คือ LED LCD TV นั่นเอง เพียงแต่สลับจากการใช้หลอด CCFL ให้เป็นหลอด LED เพื่อใช้กำเนิดแสง อีกหนึ่งตัวอย่างก็คือ LED เป็นเทคโนโลยีที่มีให้เห็นกันบ่อยในจอโน็ตบุ๊คที่บางๆครับ

แล้ว LED TV กับ LCD TV อะไรดีกว่ากันหละ???
ขอตอบแบบฟันธงเลยนะครับ ในฐานะคลุกคลีกับจอภาพอยู่แทบทุกวันว่า LED TV ดีกว่า LCD TV ในหลายแง่ครับเรามาดูตารางเปรียบเทียบกันในเชิงคุณภาพผลลัพธ์เลยนะครับ โดยเป็นการตัดสินให้คะแนนโดยทีมงาน LCDTVTHAILAND
 
LCD TV VS LED TV
ชนิดของ Backlight CCFL LED
ชื่อของทีวีในตลาด LCD TV LED TV
คุณภาพของภาพโดยรวม 7 9
ความสว่าง 8 8
สีสัน 7 9
ระดับสีดำ 7 9
อัตราการกินไฟ 7 10
ความบาง 7 9
ระดับราคา 9 7
ความคุ้มค่า เครื่องถูกกว่า ค่าไฟแพงกว่า เครื่องแพงกว่า ค่าไฟถูกกว่า
ตัวอย่างยี่ห้อและรุ่น LG: LK450  LG: LW6500
Samsung: D550 Samsung: D8000
Sony: CX520 Sony: NX & HX Series
 

ด้วยความที่เป็นหลอดไฟ “จิ๋วแต่แจ๋ว” โดยความสามารถของเจ้า LED นั้นสามารถให้ “แสงสว่างได้ดีกว่าโดยที่ใช้ไฟน้อยกว่า” ทำให้ LED เป็นแหล่งกำเนิดไฟที่มีประสิทธิภาพมากกว่าหลอด CCFL ทันทีครับ และที่สำคัญด้วยขนาดหลอดที่เล็กกว่า ทำให้ LED TV มีความบางกว่า LCD TV ทั่วๆไปที่ใช้หลอด CCFL Backlight แต่อย่างไรก็ตาม LED TV นั้นก็ยังมีระดับราคาที่สูงอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า “คุ้มค่าหรือเปล่า” กับการลงทุนในช่วงนี้  โดยผมบอกได้เพียงสั้นๆว่า ค่าตัวของ LED TV ค่อนข้างแพงกว่า LCD TV อยู่พอสมควร แต่ก็มี LED TV ก็มีอัตราการกินไฟน้อยกว่า LCD TV อยู่ประมาณ 40% -50% เลยทีเดียวเชียวครับ ดังนั้นเรื่องความคุ้มค่าก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองแล้วหละว่าจะเลือกตัวไหนครับ

LED TV มีทั้งหมดกี่แบบ ???
อันนี้หลายๆท่านอาจะจะยังสงสัยว่า LED TV มันมีหลายแบบด้วยเหรอ คำตอบแบบฟันธงนะครับว่ามีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป เรามาดูกันเลยดีกว่า

1. EDGE LED : วางหลอด LED ไว้ตรงขอบของทีวี
EDGE ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ขอบ” ครับ โดยหลอด LED จะถูกวางไว้ตามขอบบน ล่าง ซ้าย ขวา ของทีวีและคอยยิงแสงเข้ามาตรงกลางจอทีวี สำหรับข้อดีก็มีตรงที่ “ความบาง” ที่บางกว่า LCD TV ทั่วๆไปหลายเท่า เพราะหลอด LED อยู่แค่ด้านข้างครับ ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องการประหยัดไฟครับ อย่างไรก็ตามข้อเสียหลักๆเมื่อเทียบกับ LED แบบ Full LED ก็คือ ไม่สามารถทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิดหลอดไฟเป็นกลุ่มๆได้เนื่องจากหลอดไฟอยู่ที่ขอบนั่นเอง
 

Edge LED วางหลอดไฟไว้ตาอมขอบด้านบน ล่าง และด้านข้าง


หาก Edge LED แบบดีๆหน่อยเช่น LG LE5500, Samsung D8000, Sony NX720
ก็จะทำ Local Dimming ได้ครับ แต่ไม่ละเอียดเทพแบบ Full LED

สำหรับ EDGE LED TV ได้แก่ Samsung LED TV ทุกรุ่น Sony NX700 NX800 LG LE5500 LE7500 ครับ ซึ่งถ้าเป็นตัวที่ราคาแพงหน่อยก็จะทำ Lcoal Dimming ได้แบบรูปข้างบนด้วย

2. Full LED : หลอด LED เป็นแผงอยู่ด้านหลัง 
สำหรับแบบที่ 2 เราเรียกว่า Full LED (Direct LED) เพราะว่ามีหลอดไฟอย่าด้านหลังทั้งแผงคอยให้กำเนิดแสงนั่นเอง ข้อดีของ Full LED หรือบางค่ายก็เรียก Direct LED ก็คือ ความสามารถในการทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิด หลอด LED เป็นกลุ่มๆ หรือเฉพาะจุดนั้นเองอย่างอิสระ เช่นฉากๆ นึงด้านซ้ายเป็นสีดำ ด้านขวาเป็นสีขาว หลอด LED Backlight บริเวณด้านซ้ายก็จะปิดเพื่อทำให้สีดำบริเวณด้านซ้ายดำสนิท และกลุ่ม LED Backlightด้านขวาจะเปิดเพื่อให้แสงสามารถลอดออกมาเป็นสีขาวครับ ในขณะที่ CCFL และ EDGE LED ไม่สามารถได้ ส่วนข้อเสียคือเรื่องความหนาของตัวเครื่องครับ เนื่องจากต้องใช้หลอดไฟ LED หลายตัวไว้ด้านหลังของตัวจอ ซึ่งทำให้ทีวีมีความหนาประมาณ LCD TV ทั่วๆ ไปอยู่ครับ

 
 

 
2.1 Direct LED : คือ Full LED อีกประเภทหนึ่ง แต่จะเป็นเกรดที่ต่ำกว่าทั้งด้าน 'ต้นทุน' และ 'ประสิทธิภาพ' กล่าวคือจะใช้จำนวนหลอดไฟ LED น้อยกว่า คือประมาณ 50-60 หลอดเท่านั้น และที่สำคัญคือมันไม่สามารถทำ Local Dimming ได้ จุดประสงค์ของ Direct LED ก็เพื่อมาแทนพวก LCD TV ที่ใช้หลอด CCFL ซึ่งกินไฟกว่าครับ จะพบได้ใน LED TV รุ่นประหยัดของบางค่ายเช่น Philips รุ่น 5605 และ 6605 ในปี 2010-2011 ที่ผ่านมา และล่าสุดก็คือ Samsung LED TV Series EH5000 /6000 ในปี 2012 นี้ ดังนี้ข้อได้เปรียบของ Direct LED ที่เหนือกว่า Edge LED ก็คือเรื่องของความสว่างที่มีมากกว่า แต่ข้อเสียเปรียบก็คือความหนาเทอะทะของตัวเครื่องที่จะดูหนากว่า ไม่สามารถสู้หุ่นอันผอมเพรียวของ Edge LED ได้  
 

Direct LED มีหลอดไฟวางทั่วจอก็จริง แต่ก็มีจำนวนน้อยกว่า Full LED อยู่มาก
และไม่สามารถทำ Local Dimming ได้

3. RGB LED : หลอดไฟ LED สีแดง เขียว น้ำเงิน เป็นแผงอยู่ด้านหลัง 
แบบสุดท้ายผมขอยกให้เป็นตัวท็อปของ LED TV ในปัจจุบันนะครับ ซึ่งก็คือ RGB LED TV นั่นเอง โดยหลักการให้กำเนิดแสงก็คล้ายๆ กับ Full LED เพียงแต่ว่าแทนที่จะใช้หลอด LED สีเดียวซึ่งปกติเป็นสีขาวในการกำเนิดแสง เจ้า RGB LED TV ใช้หลอด LED แม่สี 3 สี (แดง R, เขียว G, น้ำเงิน B) ในการให้กำเนิดแสงแทน ซึ่งหลอดไฟ 3 สีนี้แยกการทำงานกันอย่างอิสระ ส่งผลให้การสร้างสีดีขึ้น เพราะแสงต้นขั้วนั้นออกมาเป็นแม่สีตั้งแต่แรก ความถูกต้องและคมชัดของสีจึงมีมากขึ้น ตลอดจนความสามารถในการไล่เฉดสีจนมีมิติของภาพก็ดีขึ้น ตามหลักการแล้ว RGB LED ถือว่าเป็น LED TV ที่ดีที่สุดครับ มีต้นทุนที่สูงกว่า และความสามาถในการทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิดไฟเป็นกลุ่มๆอย่างอิสระเพื่อสีดำที่ดำสนิทและคอนทราสต์ที่มากขึ้นก็มีเช่นเดียวกับ Full LED แบบข้อที่ 2 ครับ ส่วนข้อเสียที่เห็นหลักๆก็คือระดับราคาที่ค่อนข้างสูงมากในตอนนี้

 


(คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่)



ตัวอย่างทีวีที่ใช้ RGB ก็คือ Sony X450 ขนาด 46” 55” 70” และ Sharp XS1 ขนาด 65” ซึ่งค่าตัวของ Sharp RGB LED TV ก็ 699,990 บาท และ 70X450 ราคาอยู่ที่ 799,990 บาทซึ่งถอยรถ Vios และ Civic ได้อย่างละ 1 คันพอดีเลยหละครับ 

หมายเหตุ ข้อมูลปี 2009 นะครับ ในปัจจุบันไม่มี RGB LED TV จำหน่ายแล้ว

ระเบิดศึกสายเลือด !!! LED TV vs LCD TV แตกต่างกันอย่างไร? อะไรดีกว่ากัน?

คำถามที่ถามกันบ่อยๆในวงการทีวีและเครื่องเสียงในปัจจุบันนี้ซึ่งฮอตฮิตยิ่งกว่าข่าว “เคอิโงะตามหาพ่อ' ยิ่งกว่า 'ลูกหลินฮุ่ยจะชื่อว่าอะไร' จนบางทีผมก็มึนเองว่า' ลูกของเจ้าช่วงช่วงและหลินฮุ่ยชื่อเคอิโงะ' 
ก็คือ “พี่ครับ LED TV กับ LCD TV ต่างกันอย่างไรครับ” จากผลสำรวจของเราเองมันคือหนึ่งในเป็นคำถามที่พนักงานขายทีวีตอนนี้แทบโดนกันหมดทุกคนครับ และแน่นอนมันก็ตามมาถึงทีมงาน LCDTVTHAILAND ซึ่งโดนคำถามนี้กันถ้วนหน้า เอาเป็นว่าผมขออธิบายรายละเอียดของ LED TV VS LCD TV ก่อนละกันครับ
 
แล้วเลือกซื้อตัวไหนดีกว่ากันหละครับ ช่วยแนะนำหน่อย ???
จริงๆทั้ง CCFL LCD TV, EDGE LED TV, Full LED TV, และ RGB LED TV ก็มีข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกันออกไปครับ รวมถึงระดับราคาที่สูงขึ้นไปตามความล้ำของเทคโนโลยี ทั้งนี้เรื่อง “ความคุ้มค่า” ในการเลือกซื้อนั้น อันที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของเรามากกว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หลายท่านคิดว่าซื้อ LCD TV ธรรมดาก็พอแล้ว ภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่า LED TV ซักเท่าไหร่ เหลืองเงินไปซื้ออย่างอื่นได้อีก หรือบางท่านเห็นว่า LED TV ได้บางเฉียบและประหยัดไฟกว่าในระยะยาว น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า หรือบางท่านต้องการทีวีที่ให้คุณภาพระดับเทพที่สุด โดยไม่เกี่ยงเรื่องราคาก็อาจจะอัพไปเล่น Full LED TV / RGB LED TV ตัวท็อปเลย ซื้อทีเดียว จ่ายทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินเสียทองหลายรอบครับ อย่างที่บอก “ความคุ้มค่า” มันขึ้นอยู่กับ “ความพอใจส่วนบุคคล” !!!!  

ทีมงาน LCDTVTHAILAND หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านในการเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อทีวีครับ เพื่อนๆสามารถ Copy บทความนี้ไปโพสต์ลงเว็บอื่นหรือ Blog ก็ไม่ว่ากัน เพียงแค่ช่วย Credit เว็บwww.lcdtvthailand.com ให้เป็น credit ตอนต้นหรือตอนท้ายเท่านั้นเองนะครับ บทความสำหรับมือใหม่ !!!
1. LED TV VS LCD TV ต่างกันอย่างไร ??? อะไรดีกว่ากัน ???
2. คำถามโลกแตก Plasma TV VS LCD TV อะไรดีกว่ากัน ???
3. ซื้อ TV ใหญ่ขนาดไหนดี ???  และระยะห่างในการรับชมที่เหมาะสม ???
4. จะแขวน LCD TV สูงเท่าไหร่ดี ถึงจะรับชมได้ดีที่สุด ???
5. ค่า Contrast Ratio คืออะไร หมายความอย่างไร ???  
6. ค่า Spec ต่างๆ 100Hz, Contrast, Response Time, HDMI มีความหมายอย่างไร ???

KeNnEtH
ภาพ

Roman
บทความ
 
ความแตกต่างระหว่าง CCFL LCD TV และ LED ชนิดต่างๆ
ชื่อเรียกทีวี LCD TV LED TV
ชนิดของ Backlight CCFL EDGE LED Full LED RGB LED
รูปแบบการวางหลอดไฟ        
Local Dimming * ไม่ได้ ไม่ได้ ได้ ได้
Scanning ** ไม่ได้ (ได้บางรุ่น) *** ไม่ได้ (ได้บางรุ่น) ได้ ได้
ความสว่าง ปานกลาง ดี ดีมาก ดีมาก
สีสัน ปานกลาง ดี ดีมาก ดีที่สุด
ระดับสีดำ ปานกลาง-ไม่ดี ดี ดีมาก ดีมาก
อัตราการกินไฟ ปานกลาง ต่ำที่สุด ต่ำ ต่ำ
ความบาง ปานกลาง บางที่สุด ปานกลาง ปานกลาง
ระดับราคา ปานกลาง สูง สูงมาก สูงที่สุด
ตัวอย่างยี่ห้อและรุ่น LCD TV ทั่วไป Samsung ES8000 Philips PFL9706 Sony X450
  LG LW6500 Sony HX925 Sharp XS1
  Sony NX720 LG LM9600  

* Local Dimming คือ การเปิด/ปิดหลอดไฟเป็นกลุ่มๆ เช่นปิดไฟเฉพาะบริเวณที่เป็นฉากมืด เพื่อให้ Contrast ดีขึ้น และสีดำที่ดำสนิท
** Scanning คือการปิดและเปิดหลอดไฟอย่างรวดเร็วบริเวณพื้นที่ที่วัตถุในฉากเคลื่อนผ่าน เพื่อลดอาการ'ลาก'ซึ่งก่อให้เกิดอาการเบลอของภาพเคลื่อนไหว
*** ทีวีที่มีหลอด CCFL ที่สามารถทำ Scanning ได้อาทิเช่น LG LH50 และ Sony X450    
เพิ่มเติม 
คำถามโลกแตก LCD TV หรือ Plasma TV ต่างกันอย่างไร อะไรดีกว่ากัน ??

จัดได้ว่าเป็นคำถามยอดฮิตที่สุดในสามโลกสำหรับจะเลือกซื้อทีวีเครื่องใหม่ซักเครื่องครับสำหรับ 'การเปรียบเทียบระหว่าง LCD TV และ Plasma TV ว่าทีวีชนิดไหนดีกว่ากัน ?' ก่อนจะให้คำตอบนั้นก็คงต้องไปดูหลักการทำงานและข้อดีข้อเสียของทีวีทั้ง 2 ชนิดนี้ก่อนครับ 
 

LCD TV VS Plasma TV

LCD (Liquid Crystal Display) แสดงภาพโดยเริ่มจากแหล่งกำเนิดแสง 'Backlight' (ในที่นี้คือหลอด CCFL และหลอด LED) ส่องแสงไปที่ผลึกแข็งกึ่งเหลว ลักษณะคล้ายๆปีโป้ และเจ้าผลึกแข็งกึ่งเหลว Liquid Crystal จะถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ในส่วนที่เป็น 'ประตู' นั้น 'บิดหมุน' เพื่อให้แสงจากหลอด Backlight ลอดผ่านไปยัง Color Filter แม่สีทั้ง 3 สี RGB ผสมกันออกมาแสงสีต่างๆ 
 

รูปหลอดไฟ CCFL Backlight ที่เป็นตัวกำเนิดแสงของ LCD TV 

LCD TV นั้น แต่ละพิกเซล 'ไม่สามารถกำเนิดแสงได้เอง' จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งกำเนิดแสงจากหลอด Backlight และมี 'ประตู' Liquid Crystal ผลึกแข็งกึ่งเหลวเป็นตัวกำหนดว่าจะให้แสงลอดไปยังแม่สีใดบ้าง เพื่อแสดงสีสันต่างๆออกมาให้เราได้เห็นกันครับ เช่นหากฉากในทีวีตอนนั้นเป็นสนามบอลเขียวชอุ่ม เจ้าตัว Liquid Crystal ที่ทำหน้าที่เป็น 'ประตู' หน้าด่าน ก็จะเปิดในส่วนที่ให้แสงลอดออกไปเจอ Color Filter สีเขียวเท่านั้น หรือหากฉากเป็นท้องผ้าสีนำเงิน เจ้าประตู Liquid Crystal ก็จะถูกเปิดในส่วนที่ให้แสงลอดออกไปเจอ Color Filter สีน้ำเงินเท่านั้นครับ
 

ดูจากรูปจะเข้าใจว่าประตู Liquid Crystal เปิด/ผิด/บิดตัว ให้แสงลอดออกมาผ่าน Color Filter 
ออกมาเป็นแสงสีต่างๆ ในตัวอย่างลอดออกมาเป็นสีแดงนะครับ

สรุปขั้นตอนการแสดงภาพของ LCD TV
1. หลอดไฟ Backlight ส่องสว่าง 
2. ประตู Liquid Crystal เปิด/ปิด/บิดตัวให้แสงจากหลอดไฟ Backlight ลอดผ่าน 
3. แสงลอดผ่าน Color Filter ที่เป็นแม่สี RGB แสดงออกมาเป็นสีต่างๆ

คำถามวัดความเข้าใจ ???
ถ้าทีวีจะแสดง 'สีขาว' ประตู Liquid Cyrstal จะต้องเปิดให้แสงจากหลอด Backlight ลอดผ่าน Color Filter สีอะไรบ้าง ???
ตอบ ก็ต้องลอดผ่านทั้ง 3 สี เลย คือ แดง น้ำเงิน เขียว จะผสมรวมกันได้เป็น 'สีขาว' ครับ ให้นึกถึงโลโก้ช่อง 7 สีเอาไว้

 

โลโก้ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ บอกถึงการผสมสีหลักอย่าง RGB = Red, Green, Blue
ออกมาเป็นแม่สีรองอย่าง CMY = Cyan Magenta Yellow
หาก RGB ผสมรวมกันทั้ง 3 สี จะได้ 'สีขาว' นะครับ 
 

LCD TV ทีวีจะมีหลายขนาดมากๆ ไล่ตั้งแต่ 15 นิ้ว ไปจนถึง 108 นิ้ว (ของSharp เค้านะครับ) โน้นเลยนะครับ

ข้อดีของ LCD TV
1. ให้แสงสี่ที่สว่างสดใสกว่า  
2. เหมาะสมกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์แลต่อกับเครื่องเล่นเกมส์มากกว่าด้วยความละเอียดจอภาพที่มากกว่า
3. เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่สว่างสูง เช่นห้องนั่งเล่นหรือ ห้องรับแขกที่ไม่จำเป็นต้องคุมแสงได้ เพราะมันสู้แสงได้ดีกว่า หรือท่านที่จะซื้อเพื่อใช้ไปติดตั้งในร้านค้าหรือร้านอาหาร  LCD TV ก็จะเหมาะสมกว่า
4. อาการ Burn-In หรือภาพไหม้ค้างติดหน่าจอแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย
5. แอลซีดีทีวียังกินไฟน้อยกว่า และหน้าจอร้อนน้อยกว่าด้วย
6. สามารถทำจอ LCD ขนาดเล็กๆอาทิเช่นจอมือถือ ไปจนถึงจอขนาดยักษ์ใหญ่ๆ 100 กว่านิ้วก็ยังได้

ข้อเสียของ LCD TV
1. ยังมี Backlight รั่วอยู่ให้เห็นในฉากมืด ถึงแม้ประตู Liquid Crystal จะปิดเพื่อแสดงสีดำ แต่ก็ยังมีแสงลอดออกมาได้อยู่ดี สีดำจึงไม่ค่อยดำสนิทเท่าที่ควร
2. ความเร็วในการแสดงภาพเคลื่อนไหวจะไม่ได้ลื่นไหลสุดๆ จะยังมีโกสท์ให้เห็นบ้าง
3. ด้วยระดับความสว่างและสีสันที่สดใสที่มากไป (ส่วนใหญ่โหมดภาพสำเร็จรูปตั้งมาแบบนี้) อาจจะทำให้จ้าตาหรือปวดตาได้ง่ายกว่า 
 

PLASMA TV จอภาพแบบ Plasma TV เป็นจอทีวีที่ 'สามารถกำเนิดแสงได้เอง' กล่าวคือ เพียงแค่ปล่อยแรงดันไฟเข้าไปกระตุ้นเม็ดพิกเซลก็จะส่องสว่างได้เอง โดยเม็ดพิกเซลของ Plasma TV นั้นจะมี ก๊าซ Neon และ Xenon บรรจุอยู่ข้างในก็จะแตกตัวเป็น UV ซึ่งเมื่อเจ้า UV ไปกระทบกับสาร Phospor ซึ่งเป็นสารเรื่องแสงที่เคลือบไว้ ก็จะก่อนให้แสงสีต่างๆออกมา

สรุปง่ายๆหลักการทำงานของ Plasma TV คือหากต้องการให้เม็ดสีไหนส่องสว่าง ก็แค่ปล่อยแรงดันไฟฟ้าเข้าไปครับ เม็ดพิกเซลก็จะส่องสว่างขึ้นมาเองรวดเร็วทันใจมากมาย เพราะว่า 'ก๊าซ' มันไวกว่าพวก 'ของแข็งของเหลว' เหมือนที่เราเคยเรียนมาตอนเด็กๆนั่นแหละครับ

 

เมื่อก๊าซ Neon และ Xenon ถุกแรงดันไฟฟ้าระตุ้นก็จะแตกตัวเป็น UV โดยเมื่อ UV 
ไปกระทบ Phospor ทีเป็นสารเรืองแสง จึงทำให้เม็ดมิกเซลส่องสว่างออกมา

 
ข้อดีของ Plasma TV
1. สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้ดีกว่า ลื่นไหลกว่า เพราะเม็ดพิกเซลสามารถกำเนิดแสงเองได้ เหมาะกับพวกหนัง Action และกีฬามาก
2. สามารถแสดงสีดำให้ดำสนิทและลึกมีมิติกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่อง Backlight รั่ว
3. มีคอนทราสต์ที่สูงกว่าทำให้เห็นมิติของภาพได้ดีกว่า
4. มุมมองจอภาพที่กว้างกว่า LCD TV มองด้านข้างสีไม่ซีดจาง
5. ให้สีสันที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติมากกว่า ไม่ได้สดจนโอเวอร์เกินจริง 
6. ระดับความสว่างของภาพและโทนสีเป็นมิตรต่อสายตามากกว่า ดูนานๆโอกาสปวดตาน้อยกว่า

ข้อเสียของ Plasma TV
1. อาการ Burn-In มีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้าเปิดภาพนิ่งเป็นเวลานานๆ เช่นโลโก้ช่อง 7 หรือโลโก้ True Vision เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์ ศึกษาเรื่อง Burn In เพิ่มเติม >> คลิ๊กเลย <<
2. ไม่เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่คุมแสงไม่ได้เช่นห้องที่มีแสงอาทิตย์ลอดเข้ามาโดยไม่มีม่านบังหรือกลางแจ้ง
3. จอกระจกใน Plasma TV รุ่นประหยัดจะไม่มีฟิลเตอร์ลดแสงสะท้อน ทำให้ภาพดร็อปลงพอสมครเมื่อเจอแสงจ้า ( LCD TV ก็สะท้อนเพราะจอมันวาวทว่า LCD สว่างสู้แสงได้ดีกว่า)
4. กินไฟมากกว่า และหน้าจอร้อนมากกว่า  
แล้วสรุปเลือกตัวไหนดีกว่ากันระหว่าง LCD TV VS Plasma TV ?

LCD หรือ LED TV และ Plasma TV มันไม่มีอย่างไหนดีกว่ากัน เพราะมันดีกันคนละแบบครับ !!! โดยแต่ละตัวก็มีข้อดี+ข้อด้อยแตกต่างกันออกไป  ดังนี้เราจึงต้องศึกษาอ่านรีวิว+บทความ และไปทดลองรับชมภาพจริงๆทีเพื่อเลือกทีวีที่ 'เหมาะสม' กับ 'ห้องของเรา' และ 'ไลฟ์สไตล์ของเรา' มากที่สุดครับ 
 
 

จะซื้อทีวี ต้องเข้าใจคำว่า 'Matching'
 

การเลือกซื้อทีวีคือ 'ศาสตร์' ที่เรียกว่าการ 'Matching' ครับ หากคนเล่นเครื่องเสียงจะเข้าใจความหมายนี้ดี

เลือกโดยปัจจัยหลักเหล่านี้
1. ยี่ห้อ :: ความชื่นชอบ / ชื่อเสียง / แนวภาพ
2. ขนาดของจอ :: ใกล้ๆ = จอเล็ก / ไกลๆ = จอใหญ่ เป็นต้น
3. ประเภทของจอ :: LED TV / LCD TV / Plasma TV

ให้เหมาะสมกับ
1. ห้องที่เราจะเอาไปตั้ง :: ห้องนอน / คอนโด / ห้องนั่งเล่น / ห้องโฮมเธียเตอร์ / คุมแสงได้ดีหรือไม่ ?
2. ไลฟ์สไตล์ของเรา 
3. งบประมาณ

 

Matching = การเลือกทีวีให้เหมาะสมกับตัวคุณและห้องของคุณ
 

และไม่จำเป็นต้องเลือกทีวีตัวที่ดีที่สุดเสมอไป และอย่างที่บอกไลฟ์สไตล์ของคนเราไม่เหมือนกัน ฉะนั้นการที่จะไป 'ตัดสิน' ว่า LCD TV หรือ Plasma TV ตัวไหนดีกว่ากัน ? มันไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดของคำถามนี้บนโลกใบนี้ !!! แต่กลับกันหากเรายึดหลัก 'Matching' ทีวีให้เหมาะสมกับเรามากที่สุดทั้งเรื่องของ ห้องที่จะวาง / ไลฟ์สไตล์ / งบประมาณ ทีวีเครื่องนั้นก็จะสามารถสร้างความสุขให้กับคุณได้อย่างเต็มที่โดยคุณไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังเรื่องอื่นๆอีกเลย  

ตัวอย่างการ Matching LCD TV หรือ Plasma TV ให้เหมาะสมกับผู้ใช้
1. LCD TV มันเหมาะสมกับห้องคุณมากกว่านะ เพราะว่า ตั้งไว้ในห้องรับแขก  ใช้งานตอนกลางวันซะส่วนใหญ่ คุมแสงไม่ได้ ดูหนังไฮเดฟกับเล่นเกมส์บ่อย ต่อคอมบางครั้งบางคราว LCD TV น่าเหมาะสมกว่า เพราะสว่างสู้แสงได้ดีกว่า

2. ห้องคุมแสงได้ดีระดับนึง ชอบภาพนวลสบายตา ดูหนังไฮเดฟและฟรีทีวีบ่อยมาก ขอไม่แพงนักแต่ได้จอใหญ่ๆสะใจ ==> ก็แนะนำ Plasma TV

3. เพิ่งเปิดโรงแรม ต้องการทีวีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ทนทาน+ทนไม้ทนมือแขกมือบอนที่ชอบเปิดทิ้งไว้นานๆ ไม่ร้อนง่าย เอาราคาถูกๆด้วย ==> ก็ LCD TV 32' ไปเลยครับเพ่

4. ชอบภาพแนวโรงหนัง มิติภาพดี ขอภาพเคลื่อนไหวลื่นๆเป็นธรรมชาติหน่อย แต่ห้องคุมแสงได้ระดับนึงแต่ไม่ถึงกับดีมาก มีม่านบังตาบ้าง ==> ก็แนะนำ Full HD Plasma TV รุ่นท็อปๆที่จอกันสะท้อนได้ดี

5. ชอบภาพสีสดใส แต่ขอจอบางๆหน่อยนะ เพราะอยู่คอนโดต้องแขวนผนัง แบบว่ามีพื้นที่จำกัด และรวมถึงชอบดีไซน์บางเฉียบล้ำๆด้วย ดู Blu-ray และ DVD บ่อยๆ ดูฟรีทีวีจากจานแดงบ้าง (ติดกันทั้งคอนโด) ระยะห่างประมาณ 2 เมตร ==> แนะนำจอ LCD TV ที่ใช้หลอดไฟ Backlight แบบ LED ขนาดจอ 40' ไปเลยครับท่าน 

หมายเหตุ :: 5 ข้อข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างจากประสบการณ์ของผมและทีมงานเท่านั้น ส่วนการ 'Matching' เลือกซื้อทีวีให้เหมาะสมกันตัวท่านนั้น นอกจากศึกษาในเว็บแล้ว สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือควรจะต้องไปดูตัวจริง ภาพจริง ดีไซน์จริงๆตามห้างร้านด้วย แต่พยายามหาห้างร้านหรือสถานที่ทดสอบที่สภาพแวดใกล้เคียงกับห้องในบ้านของท่าน เพราะในห้างร้านส่วนใหญ่มักจะเปิดไฟสว่างจ้าพร้อมปรับโหมดภาพของทีวีให้อยู่ในโหมดสว่างที่สุดเพื่อให้ดึงดูดลูกค้าที่สัญจรไปมา ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสภาพแวดล้อมและโหมดภาพที่เรา 'ไม่ได้' ใช้งานตามปกติ ทีวีบางประเภทอย่าง Plasma TV เมื่อโดนแสงกระหน่ำสาดเข้าไปเยอะๆ ภาพจะดูดร็อปลงไปจนเกินจริง ซึ่งหากเอาไปรับชมที่บ้าน ภาพก็จะไม่ได้ดร็อปลงขนาดนั้น หรือแม้กระทั่ง LED / LCD TV ที่มักจะถูกเร่งแสงสีให้ดูสดสว่างจนโอเวอร์ แน่นอนว่ามันจะสร้างความประทับใจยามแรกพบ แต่หากดูภาพสดสว่างขนาดนั้นนานเข้าจริงคงล้าสายตาแย่ เป็นอีกข้อพึงระวังเมื่อตัดสินใจเลือกซื้อทีวีที่หน้าร้านครับ 

โดยโหมดภาพที่เหมาะสมกับการรับชมจริงภายในบ้านและยังเป็นมิตรกับสายตาของเราทั้ง LCD และ Plasma TV คือโหมด Cinema, Movie, Expert, Professional, Photo, Custom ซึ่งโหมดเหล่านี้ให้ค่าแสงสีที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติกว่าพวกโหมด Vivid, Dynamic, Bright ซึ่งจะเร่งแสงสีมาจนโอเวอร์ หรือหากอยากให้สดใสขึ้นมาหน่อยโดยไม่ทิ้งความเป็นธรรมชาติไปมากนักก็ให้ลองโหมด Standard, Normal ดูครับ (ชื่อโหมดภาพของทีวีแต่ละแบรนด์จะเรียกไม่เหมือนกัน)

รวมถึงเรื่องไลฟ์สไตล์ด้วยครับ เป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยแรกๆในการตัดสินใจซื้อของหลายคนมากกว่าคุณภาพของภาพด้วยซ้ำ อาทิเช่น ดีไซน์ความบาง สีของตัวเครื่อง ความชื่นชอบจงรักภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งจะยิ่งเป็นเหตุผลส่งเสริมให้คุณหาทีวีตัวที่ 'เหมาะสม' กับคุณได้ง่ายขึ้นอีกระดับ
  
จริงๆแล้วทีมงาน LCDTVTHAILAND ก็มีประสบการณ์จัดงานบรรยายกึ่งฟันธงโดยนำพวก LED / LCD TV รุ่นท็อปมา 'ปะทะ' Plasma TV ตัวท็อปมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ทดสอบทั้งแบบสภาพแวดล้อมที่ทั้งคุมแสงได้ 100% ห้องมืดสินทเหมือนในห้องนอน หรือเปิดม่านเพื่อให้แสงสาดเข้าห้องมาเหมือนเรากำลังรับชมในห้องนั่งเล่นตอนกลางวันปกติ ซึ่งผลลัพธ์คือ LED / LCD TV และ Plasma TV ตัวท็อปก็ 'ผลัดกัน' ได้รับการโหวตว่า 'ชื่นชอบที่สุด' โดยแฟนๆเว็บที่เข้ามารับชม บางปี LED TV ก็ได้รับโหวตว่าเป็นที่ชื่นชอบกว่า บางปีก็เป็น Plasma TV ที่ได้รับการโหวตสูงสุด หากท่านผู้อ่านสนใจงานลักษณะนี้ก็ติดตามข่าวในเว็บเราให้ดี จะได้เห็นกันแบบตัวเป็นๆในงานบรรยายครั้งถัดไป 

ศึกษารายละเอียดงานบรรยายได้ที่นี่ :
http://www.lcdtvthailand.com/webboard/index.php?board=36.0
 
 
 
งานบรรยาย 'VS ทีวีตัวท็อป' ที่ทางเว็บจัดขึ้นทุกครึ่งปี
เพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจเข้าฟังบรรยายแบบฟรีๆ ไม่เสียสตางค์
http://www.lcdtvthailand.com/webboard/index.php?board=36.0

 
สุดท้ายนี้นายโรมันหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านให้เลือกทีวีให้เหมาะสมกับตัวของท่านและการใช้งานของท่านได้นะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการรับชมทีวีครับผม

 


ที่มาของบทความ : http://www.lcdtvthailand.com

<iframe width='420' height='315' src='//www.youtube.com/embed/_TZg15jlcWc' frameborder='0' allowfullscreen></iframe>
ขอเชิญเยี่ยมชมสินค้าของเรา
ความคิดเห็น :
1
อ้างอิง

iceza555
 สุดยอดครับ
 
iceza555 [49.229.90.xxx] เมื่อ 6/11/2012 15:12
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :
 
สินค้าแนะนำ
สินค้าขายดี
ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     
ส่งของทางไปรษณีย์
ตรวจเช็คการส่งสินค้า
พิมพ์หมายเลขได้ที่นี่ 
Facebook