คลิกที่สินค้าแล้วเลือกหมวดย่อย"เครื่องปรับอากาศ"ตู้เย็น"เครื่องซักผ้า"ซักผ้าหยอดเหรียญ"ทีวี"โน๊ตบุ๊ค"สินค้าบริการ"IT Hom-Bot"TV SAMSUNG"
ต้องการทราบว่าสินค้าเกรดใหม่คืออะไร
"คลิกที่นี่"
สินค้า
สถิติ
เปิดเมื่อ29/02/2012
อัพเดท20/09/2018
ผู้เข้าชม2200783
แสดงหน้า3649943
เมนู
บทความ
เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
หลักการทำงานของเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
ธุรกิจซักผ้าหยอดเหรีญ
เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
จันทร์เจริญกิจ CCK
เครื่องใช้ไฟฟ้าเกรด B
การประกันสินค้า
การประกันสินค้า(เพิ่มเติม1)
งดการสั่งจองสินค้าแบบปากเปล่า
การตัดสินค้าจากที่อื่นมาจำหน่าย
การจองสินค้า
สินค้า Refurbished
หัวข้อ ข้อมูลสาระความรู้ที่ควรทราบก่อนเลือกซื้อสินค้า
การเดินสายดินที่ถูกต้อง
การต่อสายดินกับตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้ามีทั้งคุณและโทษ
วิธีการต่อสายดินให้ถูกต้อง
ความแตกต่างระหว่าง ทีวี LCD LED Plasma
ทีวี LCD LED PLASMA แตกต่างกันอย่างไร?
การทำงานของจอพลาสม่ากับจอแอลซีดี
วิธีตรวจสเปคทีวีอย่างง่าย
เปรียบเทียบสเปคทีวี
เปรียบเทียบ สเปคทีวีแต่ละรุ่น
รีวิวเครื่องซักผ้า LG ฝาหน้า
รีวิวเครื่องซักผ้าฝาหน้า LG WD-12080TDS
ตู้เย็น side by side เปรียบเทียบราคา
การเลือกซื้อและการรักษาตู้เย็น
ตู้เย็น side by side LG รู่นและราคา
สมาร์ททีวี LG
แชร์คอนเทนต์ด้วยฟังชั่น Miracast ของ LG
สมาร์ททีวีของ LG ทำอะไรได้บ้าง
จุดเด่นของสมาร์ททีวี LG
ความแตกต่างทีวี 3D
เปรียบเทียบทีวี 3 D ของ LG กับทีวีทั่วไป
การเลือกซื้อเครื่องซักผ้า
เลือกเครื่องราคาเท่าไรดี
การเลือกเครื่องซักผ้า
มารู้จักเครื่องซักผ้ากัน
หลักการทำงานของเครื่องซักผ้าฝาหน้า
เตาอบไมโครเวฟและการเลือกซื้อ
หลักการทำงานของไมโครเวป
ไมโครเวฟทำประโยชน์ได้หลายอย่าง
การเลือกซื้อเตาไมโครเวฟ
ประเภทของเตาอบไมโครเวฟ
เครื่องซักผ้า LG /Samsung
รูปสัญญาลักษณ์เกี่ยวกับเสื้อผ้า
วิธีการซักผ้าและข้อห้าม
รีวิวเครื่องซักผ้า LG รุ่นประหยัด
การดูแลบำรุงรักษาเครื่องซักผ้า LG
LG ฟังชั่น Refresh
DD Motor ระบบไดรฟ์เครื่องซักผ้า LG
เครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่นท็อปซัก12อบ7กก
เครื่องซักผ้า LG True Stream
เครื่องซักผ้า 6 Motion
แอร์ Inverter แอร์โรตารี่ การติดตั้ง สาระความรู้เรื่องแอร์
14 วิธีติดแอร์บ้านให้เย็นเต็มๆ และประหยัดค่าไฟเมื่อเจออากาศร้อนแบบเมืองไทย
การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ
ฉลากเบอร์ 5
แอร์กี่บีทียูถึงจะเหมาะสมกับห้อง
คอมเพลสเซอร์แบบสโครล
สายดินสำหรับแอร์
การหาขั้วและการต่อขั้วคอมเพสเซอร์แอร์
วีดีโอ แสดงวิธีการติดตั้งแอร์ LG
น้ำยาแอร์ Inverter R410A
หลักการทำงานของแอร์ Inverter
หลักการทำงานของ HDD DVD VCD BLU-RAY
มาทำความรู้จักกับทีวีดิจิตอลกัน
คูปอง690แลกกล่องดิจิตอน
ทีวีดิจิตอล
เปรียบเทียบตรวจเช็คราคาทีวี
เปรียบเที่ยบราคาขายทีวี LG
สิ่งควรรู้ในการเลือกซื้อทีวี
ค่า Contract Ratio ของทีวี lcd led & plasma
สายนำสัญญาณ HDMI V1.4
สาย hdmi ราคาแพงคุณภาพต่างกับสายราคาถูกหรื่อไม่อย่างไร
สาย MHL
สาระเรื่องสายHDMIสำหรับมือใหม่
สิ่งควรรู้เกี่ยวกับสาย HDMI V1.4
การแก้ปัญหาเครื่องซักผ้า LG Smart Diagnosis
โปรแกรมตรวจสอบปัญหาเครื่องซักผ้าด้วยโทรศัพท์
หลักการทำงานของเครื่องทำความเย็น
ตู้เย็นside by side มีน้ำแข็งเกาะ
วิธีกำจัดกลิ่นในตู้เย็น
การใช้ตู้เย็นให้ประหยัดพลังงาน
การดูแลบำรุงรักษาตู้เย็นให้ใช้งานได้นาน
หลัการทำงานของตู้เย็น
เครื่องซักผ้า Samsung
หลัการทำงานของ Eco Bubble ของ Samsung
น้ำยาแอร์ Inverter R410a
สิ่งควรรู้เกี่ยวกับน้ำยาแอร์ R410a
สินค้า Refurbished
การเชื่อมท่อทองแดง
การเชื่อมทองทองแดง
คู่มือการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างฉลาด
สิ่งควรรู้ในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า
วิธีตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลังถูกน้ำท่วม
วิธีตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า
การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด
ซื้อกล้องวงจรปิดอย่างไรให้ตรงความต้องการอย่างคุ้มค่า
การเลือกซื้้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมือสอง
การผลิตและประกอบเมนบอร์ด
โน๊ตบุ๊คมือสองกับข้อสังเกตุในการเลือกซื้อ
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมือมอง
การเลือกซื้อ GPS เพื่อใช้นำทาง
เปรียบเทียบ Chipset SiRF กับ MTK
การเลือกซื้อ GPS
การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า
การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าให้ประหยัด
การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า
ตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้า
การตรวจเช็คดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้า
การตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้า
โฮมเธียเตอร์
การเลือกชุดโฮมเธียเตอร์
หลักการคำนวนค่าไฟฟ้า
วิธีคำนวนค่าไฟฟ้า
หารายได้แบบไม่ต้องลงทุน(จับเสือมือเปล่า)
จับเสือมือเปล่า
ขายสินค้าออนไลน์
ขายสินค้าออนไลน์
ไฟ LED
ไฟแอลอีดี
หลอดไฟ LED คืออะไร
ไฟ LED ดีอย่างไร
เครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศชาร์ป KC-A40TA
ทีวีความละเอียดสูง Ultra HD 4K
มาตรฐานใหม่ของหน้าจอทีวี
การเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับทีวี
การเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นเข้ากับทีวี
เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ LG Hom-Bot
รีวิวเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
นานาสาระสุขภาพ
โพล

แอร์กี่บีทียูถึงจะเหมาะสมกับห้อง

6/04/2015 21:12 เมื่อ 6/04/2015 อ่าน 42244 | ตอบ 8
 

เครื่องปรับอากาศกี่บีทียูถึงเหมาะสบกับห้องที่จะติด

     ช่วงนี้ทุกคนคงได้ยินคำพูดแนวๆ นี้ไม่ต่ำกว่าห้ารอบต่อวันแน่ๆ และคำพูดที่ว่า “นี่ขนาดอยู่ในห้องเปิดแอร์
แล้วนะ? ทำไมถึงได้ร้อนแบบนี้?” ก็เป็นอีกหนึ่งประโยคสุดฮิตไม่แพ้กันเลยทีเดียว...ว้า แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ
เนี่ย จะเร่งแอร์ค่าไฟก็ขึ้นแถมแอร์ยังเสียเร็วอีก จุ๊ๆๆ อย่าได้เอ็ดไป สำหรับใครที่กำลังประสบเหตุการณ์แบบนี้อยู่
หรือกำลังคิดที่จะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศตัวใหม่ ลองมาอ่านบทความนี้สักนิดไหมคะ ไม่แน่...บางทีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ
แบบนี้อาจจะช่วยคุณได้ก็ได้นะ ก่อนอื่นเลย...เราลองมาดูกันดีกว่า ว่าขนาดห้องของเราเนี่ยควรจะใช้แอร์ขนาดไหน
จึงจะเหมาะสม
  ถ้าจะให้แนะนำนะคะ ใครอยากได้ตัวเลขแบบชัวร์ๆ เลยเรื่องนี้ต้องถามกับวิศวกรน่าจะได้ข้อมูลตรงที่สุด
ค่ะ โดยเฉพาะตามพวกอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ด้วยแล้ว...ถ้าคำนวณมาไม่ดีมีหวังได้ร้อนๆ หนาวๆ ไม่เท่ากันทั้งอาคารให้
ได้บ่นกันแน่ๆ เลยล่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างเราๆ เองจะคำนวณเองไม่ได้นะคะ สำหรับใครที่อยากจะลองคำนวณ
เล่นๆ ก็เลื่อนลงไปดูด้านล่างนี่ได้เลย!! เวลาเราจะคำนวณเรื่องอะไรแบบนี้เนี่ย ไม่ใช่วิชาคณิตศาสตร์ที่มีสูตรมาแทนค่า
ลงไปแล้วหาคำตอบได้ทั้งหมดหรอกนะคะ เราต้องคำนึงถึงทั้งลักษณะการใช้งานของห้อง จำนวนผู้ใช้งาน ทิศที่ตั้ง
ปริมาณแสงแดดที่ส่องเข้ามา แล้วก็ตัวห้องของเราเนี่ยสามารถถ่ายเทความร้อนได้ขนาดไหนด้วยอย่างเช่น โดยทั่วไปแล้ว
หากเป็นห้องนอนที่ไม่โดนแดดก็จะใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศ 700 BTU/ตารางเมตร แต่ถ้ามีแดดส่องก็เพิ่มขึ้นมาหน่อย
เป็น 800 BTU/ตารางเมตร เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่าที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นแค่ค่าที่กะโดยประมาณขึ้นมาเท่านั้นล่ะ
เพราะมันไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว...อ้อ แล้วนอกจากห้องนอนแล้วยังสามารถเอาตัวเลขนี้ไปใช้กับห้องทำงานส่วนตัว
หรือห้องทั่วๆ ไปก็ได้ สำหรับห้องรับแขก หรือ ห้องกินข้าวที่ไม่ได้เปิดใช้ตลอดเวลาแต่เวลาใช้งานต้องการให้ห้องเย็นเร็ว
ก็จะใช้ตั้งแต่ 900-1000 BTU/ตารางเมตร ส่วนสำนักงานหรือออฟฟิศนั้นจะใช้ 1000 BTU/ตารางเมตร หรือ 1200 BTU/
ตารางเมตร หากโดนแดดส่องมากหรือมีการเปิดประตูเข้า-ออกบ่อยๆ  แต่ว่าใช่ว่าเครื่องปรับอากาศแต่ละตัวจะมีกำลัง BTU
ตามที่เราต้องการเลยหรอกนะคะ เมื่อเราคำนวณออกมาแล้วถ้าไม่พอดีเราก็ควรเลือกเครื่องปรับอากาศตัวที่มี BTU สูงกว่า
ที่เราต้องการ เช่น ห้องขนาด 20 ตารางเมตร ต้องการใช้ 1000 BTU/ตารางเมตร หมายความว่าต้องใช้ทั้งหมด 20,000 BTU
แต่พอจะไปซื้อกำลัง BTU กลับไม่มีตัวเลขที่พอดีซะได้...! และเครื่องปรับอากาศที่ใกล้เคียงก็คือ 18,000 BTU
กับ 24,000 BTU ถ้าไม่อยากให้ห้องร้อนทั้งที่อุตส่าห์ติดแอร์ไว้แล้วก็ต้องเลือกตัวที่เป็น 24,000 BTU 

Note : BTU คืออะไร?
บีทียู ( Btu : British Thermal Unit ) คือ หน่วยที่ใช้วัดปริมาณความร้อนหน่วยหนึ่ง ( ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากในระบบ
ปรับอากาศ )สามารถเปรียบเทียบได้กับหน่วยแคลอรีหรือหน่วยจูลในระบบสากล โดยที่ความร้อน 1 BTU คือปริมาณ
ความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์มีอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 องศาฟาเรนไฮด์
 
เอาล่ะ! คราวนี้มาดูกันเถอะว่าเครื่องปรับอากาศมีแบบไหนบ้าง
การจะแบ่งชนิดของอะไรสักอย่างว่ามีอะไรบ้างเนี่ยมันก็ต้องขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้แบ่ง และสำหรับตัวเราแบ่ง
เครื่องปรับอากาศออกเป็น 4 ชนิดหลักๆ ตามเกณฑ์ที่พบบ่อยค่ะ
1. Wall Type (แบบติดผนัง)
เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type ก็คือเครื่องปรับอากาศธรรมดาสามัญแบบที่เห็นกันอยู่ทั่วไปนั่นล่ะ เครื่องเล็กๆ
ดอยู่ข้างห้องไม่ก็เหนือประตูในห้องนอน ห้องทำงานหรืออะไรเทือกนั้น
ข้อดีของมันก็คือ “ดูดี” เข้ากับงานดีไซน์ได้หลายแบบ นอกจากนี้ยังติดตั้งง่าย ประหยัดพื้นที่แล้วก็มีประสิทธิภาพสูง
แต่ข้อเสียของชนิดนี้ก็คือใช้กับพื้นที่บริเวณกว้างไม่ได้ เพราะว่ามีขนาดสูงสุดไม่เกิน 38,000 BTU
หรือถ้าใครสู้ราคาไหว...ยี่ห้อ Fujitsu ก็มีให้ถึง 40,000 BTU ค่ะ…แต่ต้องสู้ราคาไหวนะ
2. Ceiling / Floor Type (แบบติดเพดานหรือตั้งบนพื้น)
เครื่องปรับอากาศแบบนี้พบได้ตามห้องเรียนในโรงเรียนส่วนใหญ่หรือตามสำนักงานค่ะ เจ้าแอร์เครื่องสีขาวครีม
ตัวใหญ่ๆ ที่ยึดกับฝ้าเพดานนั่นล่ะเครื่องปรับอากาศแบบ Ceiling สำหรับแบบ Floor ก็คือ Ceiling ที่ตั้งอยู่บนพื้น
ไม่ค่อยนิยมใช้เท่าไรนัก หรือถ้าจำไม่ผิดที่สนามบินสุวรรณภูมิของเราจะใช้อยู่ค่ะ แต่เป็นแบบนี้ดีไซน์ขึ้นเป็นพิเศษ
ให้เข้ากับสนามบิน...เจ้ากล่องสีเงินๆ ท่าทางไฮโซมีลมเป่าออกมา(เบาๆ) นั่นล่ะที่พูดถึง
ข้อดีของแอร์แบบนี้คือมีประสิทธิภาพสูงแล้วก็ปกติพ่นลมเย็นได้ไกล แถมยังทั้งอึดทั้งถึก ดูแลรักษาก็ง่าย ราคาถูกกว่า
แบบอื่นๆ ถ้าอยากซื้อแอร์ราคาประหยัดงบขอแนะนำแบบนี้เลย! และที่สำคัญ...มีขนาดสูงสุดถึง 60,000 BTU
แต่ข้อเสียก็รู้ๆ กันดีอยู่...คือ ใหญ่และไม่สวยงามมากนัก
3. Cassette Type (แบบฝังอยู่ในฝ้าเพดาน)
ส่วนใหญ่สถานที่ที่เลือกใช้งานเครื่องปรับอากาศชนิดนี้คือที่ไหนก็ตามที่ต้องการความสวยงามค่ะ ยกตัวอย่าง
เช่นตามห้างสรรพสินค้า โรงหนัง โรงแรมหรูๆ หรือสถานที่ที่เน้นให้สวยมากกว่าราคาถูกอย่างที่กล่าวไป
ข้อดีของแอร์ชนิดนี้คือสวยที่สุดในบรรดาทั้งหมด (เพราะตัวเครื่องปรับอากาศจะซ่อนอยู่ใต้ฝ้าทำให้เวลาเรามองจะเห็น
แต่หน้ากากแบนๆ ติดอยู่บนเพดาน) และแน่นอน...เพราะอย่างนี้เลยส่งผลให้กลมกลืนกับงานตกแต่งภายในได้มากที่สุด
มาถึงข้อเสียกันบ้าง ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ “ราคาแพง” (อาจแพงกว่าแบบ Ceiling ถึง 2 เท่า) และมีการจำกัดเรื่องขนาด
BTU คือ 24,000 / 30,000 / 36,000 BTU เท่านั้น
4. Package Type (แบบเป็นตู้ตั้งบนพื้น)
ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่าเครื่องปรับอากาศชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนัก และนั่นแหละ...ก็เลยคิดไม่ออกว่าจะยกตัวอย่าง
ที่ไหนที่ใช้ขึ้นมาดี แต่เอาเป็นว่าถ้าแค่เห็นภาพก็คือไอ้ที่เหมือนจะเรียกว่า “แอร์ตู้เย็น” นั่นล่ะ ใช่ว่าไม่นิยมแล้วจะไม่มี
ข้อดี แอร์แบบนี้น่ะจ่ายลมได้ดีจริงๆ ค่ะ ขนาด BTU สูงสุดก็สูงอยู่พอตัว เหมาะสำหรับใช้ในสำนักงานหรือโถงกว้างๆ
ส่วนข้อเสียเพียงอย่างเดียว...สามคำ เปลือง-พื้น-ที่ ค่ะ...เพราะเป็นแอร์ที่ตั้งเป็นตู้ หาที่วางลำบาก หรือวางไปก็
ดูขัดหูขัดตาพิลึก เพราะงั้นเลยไม่ค่อยเป็นที่นิยม แล้วนอกจากนี้ก็ยังมีแบบอื่นอยู่อีกนะคะ! ไม่ได้มีแค่ 4 แบบที่พูด
ถึงหรอก เพียงแต่ว่าแอร์พวกนั้นจะค่อนข้างเป็นอะไรที่เฉพาะทางมากกว่า อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่เชื่อเถอะ...รู้จักแค่
4 แบบก็ดีพอถมแล้ว ;P
 
แล้วก็มาถึงเกร็ด (ไม่) ลับเรื่องสุดท้ายที่อยากจะแนะนำจนได้ค่ะ เอ...เวลาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเนี่ยทุกคนเคยนึกดู
รึเปล่า ว่าติดตรงไหนทำให้ห้องเย็นที่สุด...สำหรับใครที่คำนึงตรงจุดนี้ด้วยก็ต้องขอชมเชยว่า “เยี่ยม” ไปเลย
แต่ถ้าใครไม่เคยสนใจเรื่องนี้ ครั้งต่อไปก็ลองคิดดูกันดีกว่า เผื่อหน้าร้อนครั้งหน้าจะได้อยู่สบายๆ! และเพื่อให้ดูดีขึ้นก็
จะขออธิบายแยกออกเป็นหัวข้อย่อยๆ 3 เรื่องค่ะ
ข้อแรก...การกระจายลมของเครื่องปรับอากาศ...ห๊ะ? หลายคนสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ไม่ใช่ว่าแค่ติดแอร์ไป
เปิดทิ้งไว้ รอให้เย็นแล้วก็จบหรอ? จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้นล่ะเจ้าลมที่มันออกมาจากแอร์เนี่ยมันก็มีระยะทางถึงขีดสุด
เหมือนกันนะ อย่างเช่นว่าถ้าห้องยาว 10 เมตร ติดแอร์ที่ปลายห้องข้างนึง ข้างนั้นมันก็เย็นเร็ว แต่ถ้าเมื่อไหร่ไปนั่งเล่น
นอนกลิ้งอยู่ปลายอีกข้างนึงมันจะร้อนกว่ากันจนน่าอิจฉาเลย เพราะงั้นก็เลยอยากแนะนำสักนิดค่ะ ว่าถ้าห้องยาว
ตั้งแต่ 6-8 เมตรเนี่ย ติดบนด้านกว้าง(หรือที่เราเรียกว่าปลาย) แล้วปล่อยให้มันเป่าความเย็นไปก็ยังโอเค แต่ถ้าห้องยาว
กว่า 8 เมตรเมื่อไหร่ติด 2 ตัวโลด! แบบว่าติดบนผนังด้านยาวนั่นล่ะ แล้วให้มันช่วยกันตัวละครึ่งห้อง หรือถ้าห้องยาว
แต่อยากติดตัวเดียวล่ะก็...Ceiling ช่วยคุณได้แล้วก็เกร็ดน่ารู้อีกเรื่องก็คืออากาศเย็นจะมีน้ำหนักมากกว่าอากาศร้อน
ถ้ายังจำได้...วิชาวิทยาศาสตร์ก็มีพูดถึงความร้อนระเหยขึ้นฟ้ากลายเป็นเมฆฝนอยู่ แต่เคยได้ยินไหมล่ะ...ความเย็น
ลอยขึ้นฟ้ากลายเป็นเมฆ...ไม่สักหน่อย ความเย็นมีแต่จะตกลงมาทั้งนั้น...ฝนเอย หิมะเอย...เพราะฉะนั้นก็เลย
ขอแนะนำว่าเวลาติดแอร์ให้ติดสูงๆ ค่ะ เพราะอากาศที่ออกมามันจะได้ค่อยๆ ผ่านทั่วทั้งห้องก่อนตกลงมาถึงพื้น
แบบนี้หลังปิดแอร์ห้องก็จะยังเย็นอยู่อีกด้วย (ถ้าติดแอร์ต่ำจะเย็นช้ากว่าเพราะเหนือแอร์จะยังมีความร้อนอยู่) 
แล้วก็ถ้าห้องใครมีซอกเล็กมุมน้อยล่ะก็...อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึง เพราะเจ้ามุมพวกนี้อากาศเย็นๆ มันไม่ค่อยจะเข้าไปถึง
สักหน่อย พิสูจน์ได้จากที่เวลาห้องเย็นมากจนทนไม่ไหวแล้วไปนั่งอยู่ข้างซอกตู้เสื้อผ้าจะอุ่นมาก พูดถึงกรณีที่แอร์บ้าน
ไหนไม่ได้เป่าลงตู้เสื้อผ้า
ข้อสอง!! ความสวยงาม!! งง...มันสำคัญด้วยหรอ?
คำตอบคือสำคัญค่ะ ถึงจะพูดบอกตัวเองจะจะติดตรงไหนก็ได้ที่ทำให้ห้องเย็นแต่ว่าถ้าติดแล้วมันดูไม่ดี รกหูรกตามมัน
ก็ทำให้หงุดหงิดใจเปล่าๆ ถ้าตอนสร้างบ้านมีคนออกแบบไว้เฉพาะก็จะเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมไว้อยู่แล้ว
แต่ถ้าไม่มี...ก็ต้องใช้เซนส์กับเซนส์ล้วนๆ เลย
ข้อสุดท้าย ข้อสาม ไม่เกี่ยวกับความเย็นแต่สำคัญที่สุดค่ะ...เรื่องสุขภาพของผู้ใช้งานคงไม่มีใครยอมแลกสุขภาพ
กับอากาศเย็นสบายหรอก ถ้าจะต้องไม่สบาย เจ็บไข้ได้ป่วย...สู้อยู่ร้อนๆ ต่อไปดีกว่า! (แต่สุดท้ายก็เปิดแอร์อยู่ดี)
ถ้าเป็นห้องที่ใช้แปปเดียว เดี๋ยวก็ไม่มันก็ไม่มีผลอะไรมาก แต่ถ้าเป็นห้องที่เราต้องใช้งานมันนานเป็นชั่วโมงแล้ว
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้แอร์ตกลงหัว ห้องที่พูดถึงเนี่ยก็พวกห้องนอน ห้องนั่งเล่นหรือที่ไหนก็ตาม
แล้วแต่คน แต่ขอย้ำเน้นๆ สำหรับห้องนอนว่าห้ามแอร์ตกลงบริเวณหัวเตียงเด็ดขาดถ้าไม่อยากเป็นหวัดเรื้อรัง
เพื่อการนั้นโดยมากถ้าปลายเท้าหันไปทางไหนแอร์ติดไปในทิศทางเดียวกันจะดีที่สุดค่ะ แต่มีข้อแม้นะ...
อย่าติดตรงหัวเตียง ถามจากใจจริง ใครบ้างหลับลงถ้ามีแอร์อยู่บนหัว? ปากบอกไม่กลัวแต่จริงๆ
ใจก็ต้องหวั่นบ้างล่ะว่าเกิดมีจิ้งจกอยู่ในเครื่องปรับอากาศ ตอนนอนเผลออ้าปากแจ็กพอร์ตจังหวะเดียวกับเจ้าจิ้งจก
กำลังปลดทุกข์ได้ตำแหน่งเหมาะเจาะพอดี...โอ้ว...เอ่อ เอาใหม่ เพราะในเครื่องปรับอากาศมันมีฝุ่นต่างหาก
เกิดไม่ทำความสะอาดบ่อยๆ ตอนกลางคืนนอนไปก็สูดฝุ่นเข้าไป สักวันได้เป็นโรคปอดแน่...
แต่ว่าถ้าไม่ได้จริงๆ ไม่มีที่ไหนว่างเลยและต้องติดให้มันทำมุมกับเตียง (ติดแนวเดียวกับข้างเตียงนั้นล่ะ) ก็ควรติดบริเวณ
ใกล้ปลายเท้าหรือต่ำลงไปกว่านั้น ปรับให้หน้ากากแอร์ทอดยาวออกไปไกลๆ ให้ข้ามปลายเท้าไปเลยอันนี้ก็ยังพอช่วย
อะไรได้บ้าง อ่านมาถึงตรงนี้แล้วพอจะได้รู้อะไรมากขึ้นไหมคะ? เชื่อว่ามีหลายคนต้องแอบชำเลืองมองเจ้า
เครื่องปรับอากาศตัวเก่งที่อยู่ในห้องแล้วก็คิดว่า “เอ...มันตรงกับที่อ่านมารึเปล่าเนี่ย” แน่ๆ แต่นี่ก็เป็นแค่คำแนะนำเท่านั้นเอง
ม่ได้มีจุดประสงค์สร้างความร้าวฉานให้คุณกับเครื่องปรับอากาศของคุณนา... เอาเถอะ ไม่ว่าจะยังไง อากาศปัจจุบัน
ก็ร้อนขึ้นๆ ทุกวัน นอกจากจะดูแลรักษาสุขภาพของตัวคุณเองแล้วอย่าลืมเช็กสุขภาพของเครื่องปรับอากาศในบ้านคุณ
ด้วยก็แล้วกัน

ขอขอบคุณรูปภาพ จาก
http://shiftingpixel.com/2005/11/08/air-conditioner-unit/
http://capl.washjeff.edu/browseresults.php
 
 ที่มา : http://www.bareo-isyss.com/ 

จันทร์เจริญกิจ
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :
 
สินค้าแนะนำ
สินค้าขายดี
ปฎิทิน
September 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
      
ส่งของทางไปรษณีย์
ตรวจเช็คการส่งสินค้า
พิมพ์หมายเลขได้ที่นี่ 
Facebook